การพูดคำว่า “เปล่า”

posted on 10 Dec 2009 16:58 by touchzuya
คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วขยับตัวไปมาบนเก้าอี้ และอาจไขว่ห้างมักจะกำลังโกหกเสมอ 

คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วหันมองทางอื่นแทบจะในทันที เช่นมองออกนอกหน้าต่างหรือมองไปที่ผนังเขากำลังโกหก 

คนที่บอกว่า “เปล่า” แล้วจู่ๆก็หลับตาลงแสดงว่าเขากำลังโกหก

คนที่ลังเลแล้วบอกว่า “เปล่า”เขากำลังโกหก 

คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วส่ายหน้าเขากำลังโกหกเขากำลังเน้นสิ่งที่พูดไปแล้วโดยไม่มีเหตผลให้ต้องเน้นแสดงว่าเขากำลังกลบเกลื่อนกำโกหก 

คนที่บอกว่า “เปล่า” ในทันทีเหมือนตกใจที่คุนถามอะไรแบบนั้นเขากำลังโกหก 

คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วสีหน้าเลื่อนลอยเหมือนคิดถึงที่เขาเพิ่งพูดไปแสดงว่าเขาโกหก 

คนที่พูดลากเสียงว่า”ป่าวววววววว”เขากำลังโกหก 

ส่งเสียงคำว่าเปล่า โดยที่เสียงแผ่วลงเขากำลังโกหก 

ส่งเสียงว่า “เปล่า”พร้อมกับสังเกตสีหน้าคนถาม เขาโกหก 

คนที่บอกว่า “เปล่า”แต่เสียงเหมือนกับกำลัง ขอโทษ เช่นเสียใจนะ

ตุ๊กตาไล่ฝน เป็นตุ๊กตาที่น้องๆ อาจจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วในการ์ตูนเรื่อง "อิกคิวซัง" โดยจะมีลักษณะเป็นตุ๊กตาผ้าสีขาว หัวกลม และเขียนตา จมูก ปาก เมื่อทำตุ๊กตาเสร็จแล้วก็ให้นำไปแขวนไว้ที่ระเบียงหรือชายคาของบ้าน และอธิษฐานให้อากาศวันนี้แจ่มใส ปลอดโปร่ง หลังจากที่คำอธิษฐานเป็นจริงแล้วก็ให้รินเหล้าสาเกใส่ตุ๊กตา และผูกกระดิ่งทองให้อีกด้วย เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทำให้คำภาวนาเป็นจริง

ตุ๊กตาฮินะ เป็นตุ๊กตาที่ชาวอาทิตย์อุทัยจะนำออกมาประดับห้องรับแขกในวันที่ 3 มีนาคมของทุกปี เพราะเป็นวันเทศกาลตุ๊กตา หรือวันเด็กผู้หญิง ในวันเทศกาลวันนี้คุณย่าหรือคุณแม่จะเข้ามาอบรมสั่งสอนวิธีการเป็นกุลสตรีให้กับเด็กผู้หญิง เพราะเชื่อว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะทำให้พวกเธอโตขึ้นไปเป็นผู้หญิงที่มีกิริยางดงาม และตุ๊กตาที่นำมาเรียงในครั้งนี้จะเรียงตามตำแหน่ง โดย...

 

  • ชั้นบนสุด คือ จักรพรรดิ และจักรพรรดินี

  • ชั้นที่ 2 คือ นางสนองพระโอษฐ์ 3 คน

  • ชั้นที่ 3 คือ นักดนตรี 5 คน

  • ชั้นที่ 4 คือ ทหารรับใช้ยืนอยู่ด้านซ้ายขวา และขนมโมจิ ชุดถ้วยชามขนาดเล็กจะอยู่ตรงกลางชั้น

  • ชั้นที่ 5 คือ ต้นส้มจะอยู่ทางด้านซ้าย และต้นซากุระจะอยู่ทางด้านขวา ส่วนตรงกลางจะเป็นทหารรักษาพระองคื 3 คน

  • ชั้นที่ 6 คือ เครื่องเรือนต่างๆ

  • ชั้นที่ล่างสุด คือ เกี้ยวและรถเทียบม้า

ตุ๊กตาดารุมะ เป็นตุ๊กตาที่ช่วยให้สมความปรารถนา โดย "ดารุมะ" เป็นชื่อเจ้าชายของอินเดียรูปหนึ่งที่เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายเซน ซึ่งท่านมีความเพียรพยายามนั่งหันหน้าเข้ากำแพงติดต่อกันเป็นเวลา 8 ปี ท่านจึงบรรลุอรหันต์ เพราะเหตุนี้เองชาวแดนปลาดิบจึงมักจะนิยมเข้าไปอธิษฐานต่อตุ๊กตาและวาดรูปตาหนึ่งข้าง หากสิ่งที่อธิษฐานไว้เป็นจริงพวกเขาก็จะวาดรูปตาอีกข้าง

ความรักของเราแต่ละคน อาจเริ่มต้นจากการพบกันโดยบังเอิญ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกันตอนไปงานเลี้ยง งานวันเกิดเพื่อนทำงานที่เดียวกัน หรือรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่ยังเด็ก ฯลฯ ไม่ว่าเราจะพบเจอกันด้วยเหตุการณ์แบบไหนการเริ่มต้นของความรักก็มักเริ่มจากความสุขและความงดงามเสมอมีความทรงจำและความประทับใจในกันและกันจนต้องสานสัมพันธ์ต่อทำความรู้จักตั้งแต่ผิวเผินจนมาเป็นคนรักกันในที่สุดแต่ใครจะไปรู้ว่าความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นเช่นไร สุดท้ายก็มีแต่ความเศร้าอยู่ดีแม้เราจะพยายามทำใจให้ยอมรับกับความไม่แน่นอนบ้างแล้วส่วนหนึ่งแต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ก็ไม่มีใครห้ามน้ำตาไม่ให้มันไหลได้เลยสักคน ความรักนั้นมักถูกมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะให้ความสำคัญกับมันมากเป็นพิเศษ และพยายามสืบเสาะหาใครคนนั้นที่จะมาเป็นคู่ชีวิต เพื่อที่จะมาร่วมสร้างความสุข เสียงหัวเราะ มอบรอยยิ้ม มอบสิ่งดีๆ ให้แก่กัน สร้างอนาคตที่สดใส ใช้วันคืนและแบ่งปันความสุขความทุกข์ที่มีร่วมกัน เมื่อถึงวันนั้นเราจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันอยู่กับเราไปนานๆ แต่ความรักมันก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตที่เราได้แต่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น รักกันให้ดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ พูดแต่สิ่งดีๆ มอบแต่สิ่งดีๆ ให้คนที่เรารัก แต่มันจะลงเอยอย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่อาจกำหนดผลได้ จะสมหวังหรือผิดหวังก็เป็นเพียงสิ่งที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง เราคงไม่อาจไปทัดทานอะไรได้ หากเขาเป็นคนที่ใช่...สุดท้ายมันก็คือใช่ แต่หากเขาไม่ใช่...จะยื้ออย่างไรก็คงอยู่กับเราได้ไม่นานนัก กับคำถามที่ว่าความรักมักเริ่มต้นด้วยความสุข และจุดจบจะต้องเศร้า จึงไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป…